วัดพระรูป

ริมฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ตรงข้ามตลาดสุพรรณบุรี เป็นที่ตั้งของวัดพระรูป วัดเก่าแก่ที่มีอายุตั้งแต่สมัยอู่ทองตอนปลาย สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด คือ “พระพุทธรูปปางไสยาสน์” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เณรแก้ว ซึ่งมีพระพักตร์กลมยาวคล้ายผลมะตูม ผินพระพักตร์สู่ทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าสร้างในราว พ.ศ. 1800-1893 และถือว่าเป็นพระนอนที่มีพระพักตร์งามที่สุดในประเทศไทย

ต่อมาเป็น “รอยพระพุทธบาทไม้” เป็นโบราณวัตถุที่หาค่าไม่ได้ ศิลปะการแกะสลักงดงาม ทำจากไม้ประดู่แกะสลักทั้ง 2 ด้าน และมีเพียงชิ้นเดียวในประเทศไทย เดิมพระพุทธบาทไม้อยู่ที่วัดเขาดิน เมื่อตอนเกิดศึกไทย-พม่า พระภิกษุรูปหนึ่งเกรงจะถูกทำลาย จึงนำล่องลงมาทางน้ำแล้วเอาขึ้นที่วัดพระรูป ปัจจุบัน ทางวัดได้นำกล่องพลาสติกใสมาหุ้มรอยพระพุทธบาทไม้ไว้ เพื่อป้องกันการชำรุด ภายในบริเวณวัดยังมีเจดีย์อู่ทองและซากเจดีย์สมัยทวารวดี ระฆังสัมฤทธิ์ และธรรมาสน์สังเค็ด (วัตถุที่ถวายแก่สงฆ์ผู้เทศน์หรือผู้ชักบังสุกุลเมื่อเวลาปลงศพ) ฝีมือช่างอยุธยาตอนปลาย นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นกรุของพระตระกูลขุนแผนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการพระเครื่องจำนวนมาก โดยพระกรุของวัดพระรูปนั้น พบได้ตามลานดิน กระจัดกระจายอยู่ภายในบริเวณวัดพระรูป เริ่มค้นพบกันมากในปีพ.ศ. 2508 ในเวลานั้น ทางวัดพระรูปจะสร้างพระอุโบสถใหม่แทนหลังเก่า ซึ่งชำรุดทรุดโทรม ด้วยการสร้างคร่อมหลังเก่า พระอาจารย์ดี รองเจ้าอาวาสในสมัยนั้น จึงป่าวประกาศชักชวนชาวบ้านให้มาช่วยกันขุดหลุมรอบๆ โบสถ์หลังเก่า โดยแจ้งว่า หากใครพบพระก็เอาไป ชาวบ้านทั้งหลายรู้ดีว่าใต้พื้นดินนั้นมีพระตระกูลขุนแผนอยู่ จึงอาสามาขุดกันจำนวนมาก พอขุดไปก็พบพระมากมาย ภายหลังยังมีการทำเช่นนี้อีกหลายครั้ง และทุกครั้งที่มีการขุด ก็พบพระเครื่องเป็นร้อยองค์ ทั้งนี้ พระตระกูลขุนแผนที่พบในบริเวณวัดพระรูปนั้น มีลักษณะเป็นเป็นเนื้อดินเผา โดยมีอยู่ทั้งหมด 5 พิมพ์ คือ พระขุนแผน พระขุนไกร พระพลายงาม พระพันวษา พระกุมารทอง หรือพระยุ่ง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand